บ้านระเบียงดาว
ท่องเที่ยว

บ้านระเบียงดาว พักกายพักใจ ธรรมชาติบำบัด

บ้านระเบียงดาว ชมวิวดอยหลวงเชียงดาวที่มองเห็นได้จากบ้านพัก ทุกครั้งที่เห็นภาพบรรยากาศบ้านระเบียงดาวของคนอื่น แอบอิจฉาในใจเล็กๆได้แต่บอกตัวเองว่าซักวันจะต้องไปยืนตรงนั้นบ้างให้ได้ และแล้วความฝันที่เก็บมานานก็เป็นจริงได้ทำความรู้จักกันซักที บ้านระเบียงดาว โฮมสเตย์

การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางที่อยากรื้อฟื้นความทรงจำเมื่อครั้งที่เริ่มเที่ยวใหม่ๆอีกครั้งหลังจากห่างเหินมานาน นั่นคือแบคแพคเที่ยวเอง จากกรุงเทพเพื่อความสะดวกไม่ต้องต่อรถหลายต่อ เราเลือกเดินทางโดยใช้บริการรถทัวร์ สำหรับรถทัวร์จากกรุงเทพมา อ.เชียงดาว มีให้บริการ 2 บริษัท คือ บ ข ส และนิววิริยะทัวร์ สายกรุงเทพ-ท่าตอน ลงระหว่างทางเชียงดาว

ไม่มีรถที่มาสุดสายที่เชียงดาวโดยตรงรถทัวร์จะจอดที่โรงแรมเชียงดาว อินน์ เราเลือกใช้บริการรถของ บริษัท บ ข ส รถออกเวลา 19. 20 น.  มาถึงเชียงดาวประมาณ 7 โมงเช้า จากนั้นก็ไปแวะล้างหน้าล้างตา ทานข้าวที่ร้านข้าวขาหมูซึ่งอยู่เลยจากเชียงดาวอินน์มาเล็กน้อย จากนั้นเดินเข้ามาในตัวอ. เชียงดาว เพื่อมารอขึ้นรถสองแถว สายเชียงดาว-เมืองคอง เป็นรถสายเดียวที่ผ่านบ้านระเบียงดาว รถจะมี 2 รอบ คือ ประมาณ 8 โมง เช้า อีกรอบคือ 10 โมง ค่ารถคนละ 60 บาท สามารถโทรให้คนขับมารับได้Valley of Flowers แดนแห่งขุนเขา

เส้นทางสู่บ้านระเบียงดาว คือเส้นทางไปบ้านนาเลา ผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตวป่าเชียงดาว เป็นเส้นทางเดียวกับจุดเริ่มต้นที่รถมาส่งนักท่องเที่ยวที่เดินเท้าไปพิชิตดอยหลวงเชียงดาว ถือว่าเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างแคบชันพอสมควรต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถแต่ถนนราดยางตลอดทาง

บ้านระเบียงดาว โฮมสเตย์

บ้านระเบียงดาว โฮมสเตย์

ถึงแม้เส้นทางจะไกลคดเคี้ยวแค่ไหน แต่ก็ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้และที่สำคัญรู้สึกดีที่ได้เห็นวิวของดอยหลวงเชียงดาวคลอเคล้าด้วยสายหมอกตลอดทาง ยิ่งนั่งรถสองแถวได้รับลมและอากาศเย็นเข้าไปเต็มๆ
แค่ระหว่างทางหมอกยังเยอะขนาดนี้แล้วที่บ้านระเบียงดาวจะเยอะขนาดไหน อยากให้ไปถึงเร็วๆ นั่งรถคดเคี้ยวไปมาประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง เวลา 9 โมงครึ่ง ก็มาถึงบ้านระเบียงดาว ในเวลานี้อากาศครึ้มฝนซักเล็กน้อย

หลายคนอาจจะเลือกมาที่นี่ในช่วงฤดูหนาว แต่เราเลือกมาในช่วงฤดูฝน เพราะคิดว่าน่าจะเจอหมอกเยอะกว่า และก็ได้เจอสมใจ แถมหน้าฝนดอยหลวงเขียวมาก มองแล้วสดชื่น นั่งพักชมวิวตรงระเบียงรับแขกจนเพลินใจ ถึงเวลาที่จะต้องเก็บของเข้าที่พัก น้องที่ดูแลบ้านบอกว่า เลือกดูได้เลยจะพักหลังไหนก็ได้เพราะมาถึงก่อน มาเที่ยววันธรรมดาในหน้าฝนดีแบบนี้เอง

บ้านพักโซนฝั่งซ้ายจากระเบียงต้อนรับ หลังนี้นอนได้ 4 คน ห้องพักทุกหลัง ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรทั้งสิ้นไฟฟ้าใช้ได้ 6 โมงเย็น ถึงเช้า ไม่มีน้ำอุ่น มาถึงแล้วก็ต้องเคารพกฎหน่อยน่ะค่ะ วันที่ไปพักโชคไม่ดีเท่าไหร่เจอนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ชายทั้งกลุ่มและก็ไม่ใช่วัยรุ่นอายุก็เยอะกันแล้ว กินเหล้าส่งเสียงดังจนเกือบตี 2 เจ้าของบ้านเตือนแล้วก็ไม่ฟัง ตื่นเช้ามาก็ยังส่งเสียงดังต่อ ตัองเข้าใจว่าที่นี่เงียบมาก concept คือ ต้องการให้มาพักผ่อนเข้าถึงธรรมชาติ  บ้านเป็นกระท่อมติดกันเสียงเข้าบ้านง่าย หากคุณมาเที่ยวไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามแล้วไม่เคารพกติกาก็นอนอยู่บ้านดีกว่าอย่ามารบกวนนักท่องเที่ยวอีกหลายคนที่เค้าต้องการมาพักเลยค่ะ ฝากทุกคนที่อยากมาพักที่นี่ด้วย

บ้านพักทุกหลังไม่มีปลั๊กไฟในห้องค่ะ  อยากใช้ไฟต้องมาตรงจุดต้อนรับ มีปลั๊กไฟรวมให้ใช้ ส่วนสัญญานโทรศัพท์อ่อนมากจนเกือบใช้ไม่ได้ค่ะ เรียกว่า มาที่นี่ได้พักและอยู่กับธรรมชาติจริงๆ เดินชมวิวรอบบ้านระเบียงดาวแล้ว ก็กลับมานั่งเล่นที่ระเบียงบ้านพักของตัวเองบ้าง ทุกชั่วโมง ทุกนาที ผ่านไปกับการนั่งมองวิวดอยหลวงที่อยู่เบื้องหน้า เฝ้าดูสายหมอกที่ลอยไปมาถึงแม้เป็นวิวเดิมแต่ก็คอยลุ้นตลอดว่าหมอกจะเปลี่ยนไปลอยตรงไหนบ้าง  สำหรับบางคนหากมาที่นี่ไม่มีอะไรทำก็เอาหนังสือมาอ่านเป็นเพื่อนได้  แต่สำหรับฉันการได้นั่งมองและถ่ายภาพสายหมอกที่เปลี่ยนแปลงไป คือ กิจกรรมที่ชอบที่สุด

วิวรอบบ้านระเบียงดาว

กลับมานั่งเล่นตรงระเบียงต้อนรับอีกครั้ง เวลานี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเช็คอิน ถึงแม้จะเป็นวันธรรมดาหน้าฝน แต่ที่พักเต็มทุกหลัง เย็นแล้วแต่หมอกก็ยังลอยมาตลอด ซักพักหนึ่งน้องที่ดูแลบ้านระเบียงดาวมาถามว่าจะทานข้าวเย็นกี่โมงดี จะทานหน้าบ้านพักเลยมั่ย น้องที่ดูแลบ้านระเบียงดาวทุกคนน่ารัก ดูแลลูกค้าดีมาก

อาหารมื้อเย็นมาพร้อมสำรับวางแบบเรียบง่าย เห็นต้อนแรกแอบกรี๊ด ได้ทานอาหารในร้านอาหารหรูหราก็ยังไม่ตื่นเต้นเท่ากับการได้มานั่งกิน ไข่เจียว ต้มจืดเต้าหู้ ผัดผัก น้ำพริกผักสด แถมได้มองวิวดอยหลวงเชียงดาวแบบใกล้ชิด ปูเสื่อนั่งกันแบบง่ายๆ ซักพักได้ยินเสียงชาวบ้านในหมู่บ้านเป่าเครื่องดนตรีพื้นบ้านขับกล่อมเสียงคล้ายแคนได้บรรยากาศดีแท้ เป็นมื้อเย็นที่เลอค่าที่สุดufabet

จิบกาแฟและโอวัลตินที่มาวางไว้ให้หน้าห้องแต่เช้า บ้านพักเรียบง่ายบริการเกินร้อย ซักพักพอเห็นพวกเราตื่น ก็เดินมาถามว่าจะทานข้าวต้มเลยมั้ย 8 โมงครึ่ง อำลาบ้านระเบียงดาว โดยมีพี่นิคมขับรถไปส่งที่ท่ารถเชียงดาวเพื่อนั่งรถเข้าเมืองเชียงใหม่ต่อ ฉันบอกว่าจะคิดค่ารถก็ได้เกรงใจ เพราะคนละ 500 ค่าที่พักพร้อมอาหาร 2 มื้อ ก็คุ้มสุดๆยังขับรถมาส่งอีก พี่นิคมบอกว่าไม่คิดเพราะบางทีถ้าแขกไม่มีรถมาก็ตัองขับรถลงมาส่ง เพราะขากลับไม่มีรถโดยสารผ่าน ถ้าไม่อยู่บางทีก็จะให้น้องพาไปโบกรถหน้าบ้าน ประทับใจในน้ำใจของพี่เค้าจริงๆ

บางทีการอยู่ในสังคมเมือง เจอเทคโนโลยี ความสะดวกสบายจนเคยชินอาจจะเป็นข้อดีที่ทำให้เราโหยหาและอยากมาเจอบางอย่างที่เรียกว่า back to the basic สิ่งนี้เหมือนมีพลังแห่งความสุขซ่อนอยู่ที่พร้อมจะมอบให้ผู้มาเยือนเสมอ บ้านระเบียงดาว ทำให้ได้เข้าถึงความรู้สึกนี้ ได้พักและหยุดนิ่ง ได้พาตัวเองมาชาร์ตแบตอีกครั้ง และสัญญากับตัวเองว่าต้องกลับมาที่นี่อีกแน่นอน

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *