เพิ่มความทันสมัยของบ้าน สัมผัสธรรมชาติ
ออกแบบบ้าน

เพิ่มความทันสมัยของบ้าน สัมผัสธรรมชาติ

เพิ่มความทันสมัยของบ้าน สัมผัสธรรมชาติ ด้วยไม้ฝาสเปลนดิด เมื่อความทันสมัยอันน่าหลงใหลมาบรรจบกันอย่างลงตัวกับความอบอุ่น และผ่อนคลายของธรรมชาติ จึงทำให้สิ่งปลูกสร้างในปัจจุบัน ถูกรังสรรค์ให้มีทั้งดีไซน์แห่งความทันสมัย และความสวยงามในแบบธรรมชาติไปด้วย

ที่ผ่านมา บ้าน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ มักถูกออกแบบ โดยเน้นความทันสมัยเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงสถาปัตยกรรมในรูปแบบโมเดิร์นนั้น สามารถดีไซน์ควบคู่ไปพร้อมกับความเป็นธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม และลงตัว อย่างการนำ ไม้ฝา สเปลนดิด เฌอร่า ที่มีการผสมผสานความทันสมัยของพื้นผิวลวดลายในแบบธรรมชาติ มาตกแต่งบนผนังของบ้าน ซึ่งสามารถช่วยสร้างสรรค์บรรยากาศของบ้านให้ดูสวย ทันสมัย และงดงามอย่างเป็นธรรมชาติได้ในแบบไม่ซ้ำใคร การเลือกพื้นให้เหมาะสม

เพิ่มความทันสมัยของบ้าน สัมผัสธรรมชาติ

ไม้ฝาสเปลนดิด เฌอร่า ทางเลือกใหม่ของงานผนังที่โดดเด่นในเรื่องความสวยงาม ความประณีตของพื้นผิวลวดลายไม้ที่งดงามเสมือนธรรมชาติ ทั้งยังเป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านการผลิตด้วยเทคโนโลยีพิเศษจากเฌอร่า ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีการผลิตสินค้าไฟเบอร์ซีเมนต์ระดับมาตรฐานโลก

ไม้ฝาสเปลนดิด เฌอร่า มีคุณสมบัติที่โดดเด่น คือ แข็งแรง ทนทานทุกสภาพอากาศ ไม่หดตัว ไม่บิดงอ ปลวกไม่กิน รับประกันเนื้อไม้ได้ถึง 50 ปี แถมยังมีวิธีการติดตั้งที่ง่าย โดยซ้อนทับแผ่นกันอย่างแนบสนิท ทำให้ไม่มีรอยหัวสกรู เหมาะกับทุกสไตล์การออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบสไตล์โมเดิร์น แบบร่วมสมัย และแบบสไตล์คันทรี่ เป็นต้น สามารถนำมาใช้ตกแต่งผนังบ้าน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้ทั้งภายใน และภายนอก

อีกหนึ่งรูปแบบ ไม้ฝาสเปลนดิด เฌอร่า ได้ถูกเลือกมาใช้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานตกแต่งสไตล์ยุโรป จึงช่วยทำให้งานสถาปัตยกรรมดูสวยงาม โดดเด่น ทันสมัย และเป็นเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น สร้างความประทับใจให้ผู้อยู่อาศัยได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และความงดงามของสถานที่ เสมือนได้อยู่ท่ามกลางยุโรปอย่างแท้จริง

มากไปกว่านั้น ไม้ฝาสเปลนดิด เฌอร่า ยังมีแบบรุ่นให้เลือกได้อย่างหลากหลาย ทั้งรุ่นวิจิตรชงโค วิจิตรโกสน วิจิตรนนทรี วิจิตรศรีตรัง หรือโมเดิร์นสแทกเกอร์ ซึ่งมาพร้อมด้วยลวดลายชัยพฤกษ์ และผิวเรียบ ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกงานออกแบบ นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งได้อย่างสะดวกสบาย และง่ายดาย โดยไร้รอยหัวสกรู สามารถซ้อนทับกันได้อย่างสนิท คุณหมดห่วงเรื่องการเก็บสีหัวสกรู ที่จะมาเป็นปัญหากังวลใจในเรื่องความสวยงามของบ้านคุณ หากรูปแบบการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ที่ผสมความเป็นธรรมชาติ และความทันสมัยในปัจจุบัน คือ สิ่งที่คนยุคใหม่ใฝ่ฝัน ดังนั้นการนำ ไม้ฝา สเปลนดิด เฌอร่า ที่มาพร้อมการดีไซน์ที่โดดเด่นของลวดลายพื้นผิวแบบธรรมชาติมาตกแต่งบนผนังของบ้าน ก็สามารถสร้างสรรค์บรรยากาศของการอยู่อาศัยให้งดงาม และมีสไตล์ได้ในทุกมุมมอง

ส่วนใครที่คิดกำลังจะสร้างบ้านใหม่หรือกำลังอยากรีโนเวทประตูและหน้าต่างของบ้านให้สวยให้เป๊ะ

รีโนเวทประตูและหน้าต่างของบ้านให้สวยให้เป๊ะ

โดยทั่วไปแล้วคนส่วนใหญ่คงเคยได้ยินคำว่า ไวนิล กันมาบ้าง มีชื่อเรียกทางการก็คือ uPVC หรือชื่อเต็มๆ ว่า Unplasticized Polyvinyl Chloride เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่นิยมใช้ทำประตูและหน้าต่างกันอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งไวนิลก็คือพีวีซีที่ถูกนำความเป็นพลาสติกออกไป และผสมสารเสริมความทนทานต่อแสงแดด และสภาพอากาศต่างๆ เข้าไป จึงทำให้ไวนิลมีความทนทาน และแข็งแรงมากกว่าพีวีซี

จุดเด่นของไวนิลที่ดีก็คือ จะช่วยทำให้หมดปัญหาเรื่องปลวกและแมลงต่างๆ รวมทั้งหมดปัญหาการผุกร่อนจากความชื้น ไม่มีการหดตัวหรือขยายตัวตามสภาพอากาศ ไม่ว่าอากาศร้อนแค่ไหนก็จะไม่เปลี่ยนรูป ไม่กรอบหัก ยังสามารถคงรูปได้ดังเดิม ที่สำคัญ เมื่อนำไวนิลมาใช้ในการตกแต่งประตูบ้านจะช่วยทำให้ไม่เกิดปัญหาช่องว่างตามรอยต่อของประตู เพราะมีการเชื่อมมุมต่างๆ ด้วยความร้อนและมีระบบซีลยางพิเศษที่สามารถป้องกันการรั่วของน้ำฝนและช่วยกันเสียงได้ดี

นอกจากนี้ ยังสามารถนำไวนิลมาดีไซน์ ตกแต่งประตูบ้านหรือหน้าต่างร่วมกันกับกระจกใสที่มีความหนาได้หลากหลายขนาด ไม่ว่าจะเป็นกระจกธรรมดาหรือกระจกกันเสียงแบบสองชั้นประกบกัน

เทคนิคการเลือกรูปแบบและวัสดุของผ้าม่าน

การเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละพื้นที่ พร้อมไอเดียดีๆเพื่อบ้านสวยเก๋ และตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด สิ่งที่จะช่วยให้ผ้าม่านมีคุณภาพนั้นก็คือ ต้องคำนึงถึงความแข็งแรงและทนทาน ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับชนิดของผ้าเป็นสำคัญ เราสามารถเลือกผ้าได้จากการดูความหนาแน่นและน้ำหนักผ้า ผ้าเนื้อยิ่งแน่น น้ำหนักจะยิ่งมาก ซึ่งแม้จะมีข้อดีในการป้องกันแสงแดดได้ดี และไม่ยุ่ยง่ายเมื่อนำมาตัดเป็นผ้าม่าน แต่มันจะเก็บกักฝุ่นและทำความสะอาดยาก คุณอาจลองทดสอบความหนาแน่นของเนื้อผ้าอย่างง่ายๆด้วยการยกมาส่องกับแสง ผ้าที่หนาแน่นมากจะแทบไม่มีแสงผ่านเลย นอกจากนี้ชนิดของสีที่นำมาย้อมหรือพิมพ์ผ้า ควรจะเป็นสีที่คงทนต่อแสง การซักรีด กรดด่างและฝุ่นละออง ส่วนใหญ่ผ้าที่นำมาใช้ โดยจะแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ

แบบผ้าม่านเนื้อผ้าชนิดโปร่ง

เนื้อผ้าชนิดโปร่งเป็นเนื้อผ้าชนิดเบาบาง ส่วนใหญ่จะผสมพอลิเอสเตอร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ป้องกันแสงแดดได้เพียงเล็กน้อยเหมาะกับการแต่งบ้านที่ต้องการความโปร่งสบาย ซึ่งข้อดีของผ้าชนิดนี้ก็คือ เมื่อมีแสงสว่างส่องเข้ามาภายในบ้านจะทำให้บรรยากาศของการตกแต่งภายในห้องดูนวลตา สบายตาขึ้น ประหยัดไฟในช่วงตอนเวลากลางวัน และมักจะใช้ควบคู่กับเนื้อผ้าชนิดทึบแสง

แบบผ้าม่าน เนื้อผ้าชนิดทึบแสงในตัว

เนื้อผ้าชนิดทึบแสงในตัวหรือผ้าแบล็กเอ๊าต์ เนื่องจากมีคุณสมบัติป้องกันความร้อนได้ดี จึงเหมาะกับบริเวณที่โดนแสงแดดโดยตรง หรือห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มืดสนิท เช่นห้องโฮมเธียเตอร์ ห้องนอน เป็นต้น เนื้อผ้าชนิดนี้ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติผสมกับใยสังเคราะห์ ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยม

แบบผ้าม่านเนื้อผ้าชนิดที่แสงผ่านได้บ้าง

เนื้อผ้าชนิดที่แสงผ่านได้บ้าง เป็นชนิดที่มีเนื้อผ้าแบบมาตรฐานที่ใช้กันในปัจจุบัน มีคุณสมบัติกันแสงแดดได้ แต่ทั้งนี้ความสามารถในการกันแสงจะขึ้นอยู่กับสีของเนื้อผ้านั้นๆด้วย เหมาะกับการตกแต่งภายในห้องนอนที่ไม่ต้องการความทึบมากค่ะ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นห้องนอนของเด็กๆ

นอกจากอุปกรณ์หลักทั้งหมดของม่านแล้ว ยังมีของประดับตกแต่งผ้าม่านอีก คือ เชือกรัดหรือรวบม่าน ซึ่งจะช่วยเก็บชายผ้าม่านให้สวยงามเป็นระเบียบ เชือกม่านนี้ คุณอาจใช้ผ้าม่านตัดเป็นชิ้นยาว ๆ รัดม่านไว้ หรือใช้ผ้าสีตัดกันกับม่าน หรือถ้าอยากให้ม่านดูสวยหรูคู่กับการตกแต่งบ้านของคุณ อาจหาเชือกเกลียวควั่นสวยๆ สลับสีมาเป็นเชือกม่านแทนผ้าธรรมดา ๆ ก็ได้ และถ้าคุณชอบม่านที่แหวกเปิดเป็นช่องสวยอยู่ตัว ควรทำขอเกี่ยวเชือกม่านที่ผนังข้างหน้าต่าง จะช่วยให้ม่านเปิดเป็นช่องโค้งสวย ไม่ตกลงมาตรง ๆ ข้างหน้าต่างหรืออาจใช้ขอเกี่ยว เกี่ยวม่านไปเลยถ้าไม่อยากมีอุปกรณ์ยุ่งยาก รู้คร่าวๆแบบนี้แล้วหากใครจะลองเลือกผ้ามาทำเป็นผ้าม่านเองก็ได้เลย

 

8 เทคนิค เลือกบ้านตามไลฟ์สไตล์ชีวิต

เลือกบ้านตามไลฟ์สไตล์ชีวิต

ขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การตัดสินใจซื้อบ้านในฝันให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตกลายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากปัจจัยเรื่องงบประมาณแล้ว การเลือกที่อยู่อาศัยให้ลงตัวกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถเพิ่มศักยภาพแห่งการอยู่อาศัยให้เปี่ยมไปด้วยสุนทรียะแห่งความสุขทุกช่วงเวลา ลองมาดูกันว่ามีปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่ควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อบ้านในฝัน ออกแบบภายใน

งบประมาณที่ลงตัว

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อบ้านในฝันสักหลัง สิ่งสำคัญที่ควรนำมาพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ คืองบประมาณที่มีอยู่ เพราะหากมีงบประมาณจำกัดก็อาจส่งผลให้บ้านในฝันที่มีขนาดใหญ่กลายเป็นเรื่องยากมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากเงินก้อนใหญ่ที่อาจนำมาใช้เป็นเงินดาวน์บ้านสักหลัง ก็อาจต้องพิจารณาเงินที่มีอยู่สำหรับการใช้จ่ายในแต่ละเดือนว่าเพียงพอต่อการผ่อนจ่ายเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยได้มากน้อยแค่ไหน หากเป็นบ้านประเภททาวน์โฮมที่อยู่ตามแถบชานเมืองก็อาจมีค่าใช้จ่ายที่ต้องผ่อนในระยะยาวตั้งแต่หลักหลายพันบาทไปจนถึงหลักหมื่น หรือหากเป็นบ้านเดี่ยวก็จะมีราคาที่สูงมากขึ้นกว่าบ้านทาวน์โฮมปกติทั่วไป หรือแม้แต่คอนโดใจกลางกรุงที่ไม่ได้เป็นโครงการระดับไฮเอนด์มากนักก็อาจมีราคาสูงมากพอที่จะสามารถซื้อบ้านเดี่ยวสักหลังที่อยู่ห่างจากโซนเมืองไปได้อย่างสบาย ทั้งนี้ก็ต้องนำจำนวนงบประมาณที่มีอยู่มาพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน

โลเคชั่นที่เหมาะสม
การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องพิจารณาจากโลเคชั่นที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวันเป็นสำคัญ หากถามว่าทำเลที่ตั้งไหนจะสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิตได้อย่างสูงสุดก็ต้องพิจารณาว่าพื้นที่ในบริเวณใดที่คนในครอบครัวมีความจำเป็นต้องใช้ชีวิตเพื่อเดินทางไปมากที่สุด โดยอาจขึ้นอยู่กับสถานที่ทำงานหรือสถานศึกษาของสมาชิกภายในบ้านเป็นหลัก ยิ่งเลือกทำเลอยู่อาศัยที่ง่ายต่อการเดินทางและช่วยประหยัดเวลาได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้การใช้ชีวิตมากขึ้นเท่านั้น หรือหากมีความจำเป็นต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะก็ควรเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกผ่านระบบขนส่งสาธารณะด้วยเช่นกัน แต่ยิ่งโลเคชั่นสะดวกสบาย ตั้งอยู่ใกล้ทางด่วน มีรถไฟฟ้าผ่าน หรือง่ายต่อการเดินทางมากเท่าไหร่ ก็ต้องยอมรับว่าอาจแลกมาด้วยมูลค่าของทำเลนั้นที่สูงมากขึ้นเช่นกัน
แบบบ้านบ้านเดี่ยวทาวน์โฮมโฮมออฟฟิศคอนโดมิเนียม
ประเภทที่อยู่อาศัย
ในปัจจุบันมีที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภทให้เลือกสรรตามงบประมาณ ทำเลที่ตั้ง และไลฟ์สไตล์ความชอบของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีตั้งแต่ที่อยู่อาศัยขนาดเล็กไปจนถึงที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าการใช้ชีวิตในแต่ละวันของคุณนั้นเป็นอย่างไร ในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยก็ควรมีความสอดคล้องกับการใช้ชีวิตอย่างลงตัวด้วยเช่นกัน โดยสามารถพิจารณาการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยได้จากประเภทของบ้านในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้
  • บ้านเดี่ยว เป็นที่อยู่อาศัยที่ได้รับการออกแบบให้มาพร้อมพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการใช้ชีวิตภายในครอบครัว ด้วยตัวบ้านที่ถูกดีไซน์ให้เป็นอิสระจากบ้านหลังอื่นโดยไม่มีส่วนผนังใดที่ติดกับผนังของบ้านหลังอื่น ซึ่งจะมาพร้อมกำแพงล้อมรอบตัวบ้านไว้อีกชั้นหนึ่งที่แบ่งแยกสัดส่วนของตัวบ้านจากบ้านข้างเคียงอย่างชัดเจน อีกยังมาพร้อมพื้นที่ใช้สอยรอบบ้านที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ตามความต้องการสำหรับการทำกิจกรรมในครอบครัว ทั้งนี้จะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ที่แตกต่างกันออกไปตามปัจจัยด้านต่าง ๆ ที่เป็นตัวกำหนดพื้นที่ใช้สอยของบ้านด้วยเช่นกัน ในส่วนของพื้นที่ด้านในก็จะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันต่อการใช้ชีวิต ตั้งแต่พื้นที่ห้องนั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องนอน ห้องน้ำ หรืออาจมีฟังก์ชั่นใช้สอยอื่น ๆ อย่างห้องแม่บ้าน ห้องซักรีด ห้องเก็บของรวมอยู่ด้วยเมื่อตัวบ้านมีขนาดใหญ่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ที่อยู่อาศัยประเภทนี้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาชีวิตร่วมกันบนพื้นที่ส่วนตัวที่เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวัน โดยส่วนมากหากเป็นบ้านเดี่ยวในโครงการบ้านจัดสรรทั่วไปก็จะอยู่ตามเขตรอบนอกกรุงเทพฯ หรืออยู่ในเขตชานเมืองที่สามารถเชื่อมต่อพื้นที่ในกรุงเป็นส่วนใหญ่ แต่หากเป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองก็จะมีราคาค่อนข้างสูงมากกว่าบ้านเดี่ยวเขตชานเมือง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่ ทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวก และพื้นที่ใช้สอยที่ต้องการด้วยเช่นกัน
  • ทาวน์โฮม สำหรับครอบครัวที่มีขนาดเล็กประมาณ 1-3 คน ซึ่งไม่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ที่ยากต่อการดูแลรักษามากนัก อาจเหมาะสำหรับที่อยู่อาศัยประเภททาวน์โฮม ซึ่งเป็นบ้านที่มาพร้อมพื้นที่ใช้สอยขนาดพอดีสำหรับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกไม่มาก และต้องการหาที่อยู่อาศัยในราคาเอื้อมถึงสำหรับงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งในปัจจุบันมีโครงการบ้านจัดสรรหลากหลายโครงการที่สร้างสรรค์บ้านทาวน์โฮมคุณภาพดีมาให้เลือกอย่างหลากหลาย ซึ่งมีทั้งที่ตั้งอยู่ในโลชั่นเมืองและทำเลรอบนอก แต่ก็ยังเน้นสร้างในโลเคชั่นที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเป็นหลัก พร้อมทั้งยังมีการพัฒนาให้พื้นที่ภายในโครงการมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครันภายใต้สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดี แต่หากใครที่ชอบความเป็นส่วนตัวมากเป็นพิเศษ และไม่ค่อยชอบการอยู่อาศัยใกล้กับสังคมเพื่อนบ้านรอบข้างมากนัก ก็อาจไม่เหมาะสำหรับที่อยู่อาศัยประเภทนี้เท่าที่ควร

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *