แปลนบ้านเลือกอย่างไรให้เหมาะกับการอยู่อาศัย
ออกแบบบ้าน

แปลนบ้านเลือกอย่างไรให้เหมาะกับการอยู่อาศัย

แปลนบ้านเลือกอย่างไรให้เหมาะกับการอยู่อาศัย ผังบ้าน คือขั้นตอนการกำหนดตำแหน่ง หรือวางตำแหน่งของบ้านบนแปลงที่ดินที่จะก่อสร้างบ้าน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อบ้านอย่างมาก ลองมาดูว่า 3 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับผังบ้านสร้างบรรยากาศบ้านน่าอยู่

ผังบ้านคืออะไร

ผังบ้าน หรือผังอาคาร อธิบายง่าย ๆ คือ เป็นการกำหนดตำแหน่งและขอบเขตของสิ่งก่อสร้างที่จะสร้างโดยอ้างอิงจากแบบก่อสร้างให้สัมพันธ์กับขนาดแปลงที่ดิน เพื่อกำหนดแนวเส้น Grid line และค่าระดับของตัวบ้านไว้ใช้ในการอ้างอิง เมื่อต้องหาระยะร่น หรือระยะต่าง ๆ ของบ้าน

ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนจะลงมือก่อสร้างบ้านบ้าน หรืออาคาร เพื่อให้เจ้าของบ้าน สถาปนิก หรือผู้ออกแบบบ้าน วิศวกร ผู้รับเหมาได้มีความเข้าใจตรงกัน ทั้งการวางเสาเข็ม ฐานราก ต่อม่อ หรือการถมดิน

ผังบ้านสำคัญอย่างไร

หลายครั้งในขั้นตอนการออกแบบบ้าน หรือวางผังบ้าน สถาปนิกไม่ได้วัดขนาดที่ดินจริง ทำให้ในขั้นตอนของการวางผังบ้าน เกิดปัญหาวางตำแหน่งบ้านไม่ได้ตามแบบก่อสร้างที่ออกแบบไว้ เพราะขนาดของบ้านอาจใหญ่กว่าขนาดของที่ดิน หรือระยะถอยร่นไม่ได้ตามที่กำหนดไว้ เช่น เกิดกรณีหลังคาเลยออกไปนอกเขตที่ดิน

ก่อนการออกแบบบ้านหรือวางผังบ้าน จึงจำเป็นต้องมีการวางผังบ้านให้ชัดเจนก่อน โดยเฉพาะบ้านในโครงการจัดสรร เพราะขนาดแปลงที่ดินส่วนใหญ่ถูกกำหนดไว้ตายตัวแล้ว ซึ่งต่างกับบ้านที่ก่อสร้างบนที่ดินของตัวเองที่สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งบ้านได้ตามความต้องการ

ขั้นตอนการวางผังบ้าน

สิ่งสำคัญในการวางผังบ้าน คือ ควรตรวจสอบหมุดหลักเขตที่ดินกับโฉนดที่ดินว่าครบถ้วนตามแบบหรือไม่ หากเป็นอาคารขนาดเล็กอาจใช้วิธีขึงเอ็นให้เห็นเป็นแนว แล้วทำเครื่องหมายแสดงตำแหน่งฐานรากให้เห็นชัดเจน หรืออาจใช้วิธีพ่นสีเพื่อแสดงตำแหน่งฐานราก

ทั้งนี้ ควรตรวจสอบอีกครั้งว่าองค์ประกอบอาคารที่ยื่นออกมาตามแบบนั้นถูกต้องตามแบบก่อสร้างหรือไม่ เมื่อได้ระยะที่จะวางผังแล้วค่อยตอกหลักผังให้แน่นและมั่นคง

ในขั้นตอนนี้อาจพบอุปสรรคที่หน้างาน เช่น มีแนวต้นไม้ใหญ่อยู่ใกล้ แต่ไม่อยากตัดทิ้ง ทำให้อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับระยะต่าง ๆ ให้เหมาะสม โดยอาจพิจารณาขยับผังบ้านที่จะก่อสร้างให้เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ้านควรดูผังบ้านให้เป็น เช่น การอ่านแบบแปลนของฐานราก เพื่อให้ดูการวางผังบ้านรอบบริเวณการก่อสร้างของช่างเบื้องต้นได้ รวมถึงพิจารณาว่าระยะถอยร่นของบ้านทุกด้าน ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.บ. ควบคุมอาคารหรือไม่ โดยควรให้ผู้รับเหมาทำเครื่องหมายแสดงตำแหน่งแนวเสา พื้นที่ฐานรากให้ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบแนวผังบ้านว่าถูกต้องตามแบบหรือไม่ ในขั้นตอนนี้เจ้าของบ้านอาจว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ

เมื่อติดตั้งการวางผังบ้านเสร็จ จะทำให้รู้ตำแหน่งของเสาและฐานราก เพื่อให้สามารถดำเนินตามขั้นตอนการก่อสร้างบ้านให้เป็นไปตามแบบก่อสร้าง และมีความคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด

ผังบ้านคืออะไร

แปลนบ้านเลือกอย่างไรให้เหมาะกับการอยู่อาศัย

ในการเลือกซื้อบ้านโครงการจัดสรร หรือสร้างบ้าน ผังบ้านจะเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของบ้านที่ทำให้บ้านมั่นคง แข็งแรง ส่วนแปลนบ้านจะเป็นการกำหนดตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ซึ่งรวมถึงพื้นที่ใช้สอย และการออกแบบให้เหมาะกับสิ่งแวดล้อม เช่น การวางผังบ้านให้ถูกต้องตามทิศทางลมและแสงแดด เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานในบ้าน ยกตัวอย่างเช่น ออกแบบบริเวณบ้าน

1. ห้องนอน ควรตั้งอยู่ทางทิศเหนือ เพื่อรับแสงแดดอ่อน ๆ ที่แสนสดใสในยามเช้า อีกทั้งเมื่อถึงช่วงที่ดวงอาทิตย์โคจรอ้อมทิศใต้ ห้องที่อยู่ทางทิศนี้จะไม่สะสมความร้อน ทำให้นอนหลับสบายในยามค่ำคืน ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูหนาว ก็จะมีลมเย็น ๆ พัดโชยเข้ามาด้วย

2. ห้องรับแขกและห้องทำงาน ควรตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรับแสงแดดในช่วงเช้าที่ยังไม่ร้อนจนเกินไป เพราะในช่วงบ่ายแสงแดดก็ไม่สาดเข้ามา จึงสามารถนั่งทำงานหรือนั่งเล่นได้อย่างรื่นรมย์ตลอดวัน สำหรับห้องรับประทานอาหาร ควรตั้งทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรับลมจากทิศใต้สำหรับการระบายอากาศ

3. ที่จอดรถและห้องเก็บของ ควรอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อเป็นตัวกั้นไม่ให้ความร้อนเข้าไปถึงตัวบ้านได้ แต่ก็ควรมีการระบายอากาศที่ดีด้วย ไม่เช่นนั้นฝุ่นและควันอาจเป็นต้นเหตุให้ข้าวของในพื้นที่ส่วนนี้เสียหายได้และควรมีชายคายาวเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแดดในช่วงบ่าย และป้องกันฝนสาดเข้าสู่ตัวบ้าน

4. ห้องน้ำ ห้องครัว ส่วนซักล้าง ควรตั้งไว้ทางทิศตะวันตก เพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรคและลดกลิ่นอับอันไม่พึงประสงค์ ทั้งยังช่วยป้องกันความร้อนและความชื้นเข้าไปยังพื้นที่ใช้งานในบ้าน และส่วนซักล้างควรอยู่ทางทิศตะวันตก เพื่อใช้ประโยชน์จากแสงแดดในช่วงบ่าย ขณะเดียวกันก็ควรมีชายคาที่ยื่นยาวเพื่อป้องกันแดดแรง และป้องกันฝนสาดในช่วงฤดูฝน

ทำไมบ้านปูนถึงเป็นที่นิยม

ความนิยมบ้านปูน ที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบ้านปูน มีราคาถูกและแข็งแรงมากกว่า เมื่อเทียบกับบ้านไม้นับวันราคามีแต่จะสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะเดียวกันอายุการใช้งานของบ้านปูน ไม่ว่าจะเป็นบ้านปูนที่สร้างบนที่ดินของตัวเอง หรือบ้านปูนที่ซื้อจากโครงการบ้านจัดสรร ที่ปัจจุบันนิยมก่อสร้างด้วยระบบ Precast นั้น ด้วยโครงสร้างอาคารที่สร้างมาจากปูนซีเมนต์ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานไม่ต่ำกว่า 50 ปี บางหลังหากดูแลและรีโนเวทอยู่เป็นประจำก็มีอายุใช้งานนับ 100 ปี

ข้อดีของบ้านปูน

1. แบบบ้านปูนในปัจจุบันมีให้เลือกจำนวนมาก เจ้าของบ้านสามารถออกแบบและตกแต่งได้ตามชอบ

2. ต้นทุนวัสดุก่อสร้างบ้านปูน ราคาไม่แพง แถมผลิตภัณฑ์และชนิดของปูนในท้องตลาดปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย

3. บ้านปูนสามารถปรับตัวกับสภาพอากาศร้อน อากาศเย็น เช่น กลางวันในหน้าร้อนบ้านปูนจะอยู่เย็นสบาย เพราะปูนช่วยดูดซับความร้อน และในหน้าหนาวปูนจะป้องกันลมเข้าบ้านได้ดีทำให้ภายในบ้านอบอุ่น

4. บ้านปูนเก็บเสียงได้ดี และยังป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกตัวบ้านได้ดีกว่าบ้านไม้ นอกจากนั้นบ้านปูนป้องกันฝุ่นละออง ควัน และกลิ่นต่าง ๆไม่ให้เข้ามารบกวนคนในบ้านได้ดี

ข้อด้อยของบ้านปูน

1. บ้านปูนโดยส่วนใหญ่มักมีปัญหาสีหมองง่าย หลุดลอกร่อน ทำให้ผู้อยู่อาศัยต้องซ่อมบำรุง

2. บ้านปูนมีความยืดหยุ่นน้อย ในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว บ้านปูนจึงเกิดผนังแตกร้าวได้ง่ายกว่าบ้านไม้และบ้านโครงสร้างเหล็ก

3. บ้านปูนจะมีปัญหาเรื่องกลิ่นอับ และเกิดปัญหาเชื้อราบนผนังได้ง่าย โดยเฉพาะบ้านที่ไม่ได้ทาสีป้องกันเชื้อราเพราะบ้านปูนระบายอากาศได้ไม่ดีนัก

4. บ้านปูน หากได้รับการออกแบบไม่ดี หรือเลือกใช้โทนสีที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้บ้านดูมืดทึบอยู่แล้วอึดอัด

5. การเคลื่อนย้าย ปรับปรุง หรือต่อเติม บ้านปูนจะทำได้ยากกว่าบ้านโครงสร้างเหล็กและบ้านไม้ โดยเฉพาะบ้านปูนที่ก่อสร้างด้วยระบบ Precast ซึ่งนิยมใช้ในโครงการบ้านจัดสรร ซึ่งหากต้องการต่อเติมห้องจะต้องมีวิศวกรคุมงาน ดูแลและให้คำปรึกษา หรือไม่ก็ต้องทุบทิ้งเพื่อสร้างใหม่

ทำไมบ้านปูนถึงเป็นที่นิยม

การดูแลรักษาบ้านปูน

สำหรับการดูแลรักษาบ้านปูนนั้น อย่างที่ทราบกันดีว่า บ้านปูนจะมีปัญหาในเรื่องของความอับชื้น ทำให้เกิดปัญหาการเกิดเชื้อราได้ง่าย ดังนั้น เจ้าของบ้านจึงต้องหมั่นเปิดประตู หน้าต่าง เพื่อช่วยในการระบายอากาศและความชื้นภายในบ้าน ซึ่งจะลดปัญหาการเกิดเชื้อราคาบนผนังบ้าน แต่จะให้ดีเจ้าของบ้านควรทาสีป้องกันเชื้อรา ซึ่งจะดีกว่าการเลือกใช้วอลเปเปอร์เพราะในระยะยาวจะเสี่ยงกับการเกิดปัญหาเชื้อราได้

การดูแลรักษาบ้านปูนเปลือย

ส่วนบ้านปูนเปลือยนั้น เนื่องจากต้องใช้เทคนิคการฉาบผนังปูน ที่ใช้เทคนิคความชำนาญเฉพาะทางด้วยการฉาบปูนไม่ให้เกิดรอยแตกลายงา และยังต้องวางแผนระบบท่อร้อยสายไฟไปพร้อม ๆ กันด้วย โดยที่ต้องไม่ลืมว่าจะต้องเคลือบน้ำยาเคลือบผิวและต้านการดูดซึมน้ำทุก ๆ 1-2 ปี เพื่อป้องความชื้นและคราบสกปรกต่าง ๆ ที่อาจจะซึมเข้าเนื้อซีเมนต์จนเกิดเป็นรอยด่างได้

การดูแลรักษาบ้านปูน แบบระบบ Precast

ขณะที่บ้านปูนที่ใช้ระบบ Precast ซึ่งโดยมากจะเป็นบ้านในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ผู้ซื้อต้องทำใจยอมรับว่าในทุก ๆ 2-3 ปีอาจต้องมีการรีโนเวทสีบ้านใหม่ เพราะบ้านปูนระบบ Precast นั้นแม้จะมีข้อดีของความแข็งแรงของผนังมากกว่าบ้านปูนเปลือย และบ้านก่ออิฐฉาบปูนทั่วไป

แต่เนื่องจากแผ่นผนังบ้านเป็นระบบที่ผลิตจากโรงงาน ผิวของผนังจึงมีความเรียบมันมากกว่าผนังฉาบปูนธรรมดา ประกอบกับในเนื้อปูนซีเมนต์นั้นผสมน้ำยากันซึมทำให้สีทาบ้านเกาะตัวได้ไม่ดี จึงเกิดการโป่งพองบนผิวผนังบ่อย ๆ ทำให้สีผนังบ้านภายนอกเมื่อถูกแดดนาน ๆ จะเกิดการหลุดล่อนเร็วกว่าบ้านปูนฉาบแบบธรรมดา

ระบบประปา

นอกจากนี้บ้านปูนระบบ Precast ซึ่งเป็นระบบหล่อในโรงงานและนำมาประกอบที่ไซด์งานก่อสร้าง จะมีปัญหาที่พบบ่อย ๆ ก็คือการเชื่อมต่อกันของรอยต่อ ซึ่งอาจจะปัญหาเรื่องการรั่วซึมของระบบประปาภายในบ้าน ดังนั้นเจ้าของบ้านจึงต้องหมั่นดูแลและตรวจสอบการรั่วซึมของระบบประปาภายในบ้านเป็นประจำ

ระบบไฟฟ้า

นอกจากการตรวจสอบดูแลระบบประปาในบ้านแล้ว เรื่องสำคัญที่ต้องตรวจสอบดูแล คือ ระบบไฟฟ้า เนื่องจากบ้านปูนระบบ Precast มีการวางระบบไฟฟ้าแบบท่อล้อยสาย ปัญหาที่พบบ่อย ๆ คือระบบไฟฟ้าลัดวงจรจากความชื้นในท่อร้อยสาย ซึ่งเกิดจากการขนเศษดินและหินขนาดเล็กของมดและแมลงที่เข้ามาอาศัยอยู่ในระบบท่อร้อยสายไฟฟ้า

ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในระบบท่อร้อยสายไฟเจ้าของบ้านต้องหมั่นตรวจสอบดูว่าในรอยต่อท่อร้อยสายไฟนั้นเกิดรอยรั่วและมีมดแมลงเข้าไปอาศัยอยู่หรือไม่

เช็กบริการและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้า

อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อบ้านนั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านปูน บ้านไม้ หรือบ้านโครงสร้างเหล็ก ต่างก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันออกไป ดังนั้นในการเลือกซื้อบ้านผู้ซื้อควรศึกษาข้อดีข้อเสีย ของบ้านแต่ละแบบให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะหากซื้อไปแล้วไม่ถูกใจ จะขายเพื่อหาซื้อบ้านใหม่นั้น ปัญหาที่จะตามมาไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยทีเดียว

ทิ้งคำตอบไว้

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *